ฑีฆายุโก โหตุ มหาราชา ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้จัดทำเว็บไซต์ DonationThai.com
กลับสู่หน้าหลัก English Language ภาษาไทย มูลนิธิเด็ก มูลนิธิเพื่อสตรี คนชรา มูลนิธิสัตว์ วัด กระดาษแลกเปลี่ยนข่าวสาร ติดต่อเรา เกี่ยวกับเรา
 วัดและหน่วยงานเกี่ยวกับพุทธศาสนาทั้งหมด
ค้นหา
[1] 2

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
Wat Phrasrirattana Sasadaram

ติดต่อ : บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.
โทรศัพท์ : ๐-๒๒๒๒-๐๐๙๔, ๐-๒๒๒๒-๒๒๐๘
โทรสาร :
อีเมลล์
:
เว็บไซต์ : http://www.geocities.com/watphrakaew/thai/index.htm

แนะนำ :
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เรียกกันเป็นสามัญว่า วัดพระแก้ว ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง มีพระระเบียงล้อมรอบเป็นอาณาบริเวณ ทางด้านหน้ามีประตูสวัสดิโสภา ซึ่งเป็นประตูกำแพงพระบรมมหาราชวังเป็นทางเข้าพระอาราม สามารถติดต่อกับเขตพระราชฐานชั้นกลางได้ทางประตูดุสิตศาสดา ประวัติความเป็นมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ พร้อมกับการสร้างพระบรมมหาราชวังและกรุงรัตนโกสินทร์ ตามประเพณีการสร้างพระอารามในพระราชฐานสมัยอยุธยา โดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และเป็นสถานที่บำเพ็ญพระราชกุศล ได้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรจากกรุงธนบุรีมาประดิษฐาน เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๒๗
เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๑.๓๐ น. และเวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๓๐ น. บัตรเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติคนละ ๒๐๐ บาท ส่วนคนไทยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม

 
 

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

ติดต่อ : หลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.
โทรศัพท์ :
โทรสาร :
อีเมลล์
:
เว็บไซต์ :

แนะนำ :
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสร้างพระบรมมหาราชวัง แล้ว ได้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์บูรณะวัดโบราณที่อยู่ใกล้เขตกับพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเรียกกันว่าวัดโพธาราม และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์องค์หนึ่งบรรจุพระพุทธรูป พระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งอันเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในพ.ศ. 2377 รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระเจดีย์เก่าสมัยรัชกาลที่ 1 แล้วกรุด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว แล้วพระราชทานนาม พระเจดีย์ตามรูปว่า "พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ" แล้วจารึกบทกวีนิพนธ์ทั้งสมัยอยุธยา และกรุงรัตนโกสินทร์ลงบนแผ่นศิลา ติดไว้ในบริเวณพระอุโบสถ และทรงสร้างเจดีย์ใหญ่อีกองค์หนึ่ง เพื่ออุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยชื่อ "พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกนิธาน" รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็น "มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน" ดังนั้นความรู้จากกวีนิพนธ์ บางเรื่องจะมีภาพเขียนหรือรูปนั้นประกอบ แบ่งออกได้ 8 หมวดคือ ประวัติวัดตำราย่า อนามัย ประเพณี วรรณคดีไทย สุภาษิตเปรียบเทียบ และพุทธศาสนาในปัจจุบันวัดพระเชตุพนฯ เปิดอบรมเผยแพร่วิชาแพทย์แผนโบราณ เมื่อสำเร็จการอบรมมีการสอบเพื่อรับ ใบประกอบโรคศิลป์จากกระทรวงสาธารณสุข
นมัสการพระพุทธไสยาสน์ อันศักดิ์สิทธิ์ (ที่ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุกลวดลาย ภาพมงคล 108 ประการ) และแวะไหว้เจ้าแม่กวนอิมปางพันกร ที่เลื่องลือครั้ง สมัยรัชกาลที่ 3 ว่าศักดิ์สิทธิ์มากเพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ สงบสุขร่มเย็นตลอดปี" (สักการะด้วย ทองคำเปลว 11 แผ่น ธูป 9 ดอก เทียนคู่)

 
 

วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดสุทัศน์)

ติดต่อ : บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม.
โทรศัพท์ :
โทรสาร :
อีเมลล์
:
เว็บไซต์ :

แนะนำ :
วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2350 เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ การก่อสร้างวัด มาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2390 และพระราชทานนามว่า “วัดสุทัศนเทพวราราม” ปรากฏในจดหมายเหตุว่า “วัดสุทัศนเทพธาราม” และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผูกนามพระประธานในพระวิหาร พระอุโบสถ และศาลาการเปรียญ ให้คล้องกันว่า "พระศรีศากยมุนี" "พระพุทธตรีโลกเชษฐ์" และ "พระพุทธเสรฏฐมุนี" ภายในวัดสุทัศนเทพวรารามเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และได้อัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ มาบรรจุที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีเมื่อ พ.ศ. 2493 และมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรในวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี

 
 

วัดบวรนิเวศวิหาร

ติดต่อ : ต้นถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำภู
โทรศัพท์ :
โทรสาร :
อีเมลล์
:
เว็บไซต์ :

แนะนำ :
วัดบวรนิเวศวิหาร หรือ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ ได้ทรงมีพระดำริโปรดให้สร้างขึ้น เป็นที่ประทับของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกและเป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

 
 

วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)

ติดต่อ : ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่
โทรศัพท์ :
โทรสาร :
อีเมลล์
: cmo@cm.co.th
เว็บไซต์ : http://www.watarun.org/index.html

แนะนำ :
วัดอรุณราชวราราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตะวันตก เหนือพระราชวังเดิม ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ก่อนรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๒๓๑) เดิมชื่อ วัดมะกอก โดยตั้งชื่อตามตำบลที่ตั้ง ต่อมามีวัดสร้างใหม่ในตำบลเดียวกันจึงเรียกวัดนี้ว่า วัดมะกอกนอก ส่วนวัดใหม่ที่สร้างลึกเข้าไปในคลองบางกอกใหญ่ เรียกว่า วัดมะกอกใน (วัดนวลนรดิศ)

 
 

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ติดต่อ : ริมคลองมหานาคและคลองรอบกรุง แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
โทรศัพท์ :
โทรสาร :
อีเมลล์
:
เว็บไซต์ : http://www.watsrakesa.com/

แนะนำ :
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณในสมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึ่งแปลว่า ชำระพระเกศา เนื่องจากเคยประทับทำพิธีพระกระยาสนาน เมื่อเสด็จกรีธาทัพกลับจากกัมพูชามาปราบจลาจลในกรุงธนบุรี และเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๓๒๕ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและสร้าง พระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ทรงกำหนดให้เป็นพระปรางค์มีฐานย่อมุมไม้สิบสอง แต่สร้างไม่สำเร็จในรัชกาล เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ จึงทรงให้เปลี่ยนแบบเป็นภูเขาก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ การก่อสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

 
 

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

ติดต่อ : ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำภู เขตพระนคร
โทรศัพท์ :
โทรสาร :
อีเมลล์
:
เว็บไซต์ :

แนะนำ :
วัดชนะสงครามได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงเริ่มดำเนินการก่อสร้างที่บรรจุพระอัฐิเจ้านายฝ่ายพระราชวังบวรสถานมงคลที่เฉลียงพระอุโบสถด้านหลังตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวงทรงพระราชอุทิศพระราชทรัพย์ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ดำเนินการ แต่การก่อสร้างมาแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ราชบัณฑิตยสภาดำเนินการก่อสร้าง ขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นนายกราชบัณฑิตยสภาและสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จสิ้น ได้มีพิธีอัญเชิญพระอัฐิจากพระราชวังบวรสถานมงคลไปประดิษฐานใน พ.ศ. 2470

 
 

วัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร
WATRAKANG

ติดต่อ : เลขที่ ๒๕๐/๑ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย จังหวัด กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 02-418-1079
โทรสาร :
อีเมลล์
: library@watrakang.com
เว็บไซต์ : http://www.watrakang.com/

แนะนำ :
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดบางว้าใหญ่ (หรือบางหว้าใหญ่) ในสมัยธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรง สร้างพระราชวังใกล้วัดบางว้าใหญ่ โปรดเกล้าฯ ให้ยกเป็นพระอารามหลวงและเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช วัดบางว้าใหญ่อยู่ในพระอุปถัมภ์ของเจ้านายวังหลัง คือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี (สา) พระเชษฐภคินีของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและเป็นพระชนนี ของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ทรงมีตำหนักที่ประทับอยู่ติดกับวัด ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดร่วมกับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และได้ขุดพบระฆังลูกหนึ่ง ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยทรงสร้างระฆังชดเชยให้วัดบางว้าใหญ่ 5 ลูก จากนั้นได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดระฆังโฆสิตาราม” นอกจากเป็นเพราะขุดพบระฆังที่วัดนี้และเพื่อฟื้นฟูแบบแผนครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่มีวัดชื่อวัดระฆังเช่นกัน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “วัดระฆังโฆสิตาราม” เป็น “วัดราชคัณฑิยาราม” (คัณฑิ แปลว่าระฆัง) แต่ไม่มีคนนิยมเรียกชื่อนี้ ยังคงเรียกว่าวัดระฆังต่อมา วัดระฆังโฆสิตารามมีหอพระไตรปิฎกซึ่ง เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก เคยเป็นพระตำหนักและหอประทับนั่งของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขณะทรงรับราชการในสมัยธนบุรี และโปรดเกล้าฯ ให้รื้อมาถวายวัด เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว มีพระราชประสงค์จะบูรณปฏิสังขรณ์ให้สวยงามเพื่อเป็นหอพระไตรปิฎก

 
 

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ติดต่อ : ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี เขตบางกอกใหญ่
โทรศัพท์ :
โทรสาร :
อีเมลล์
:
เว็บไซต์ :

แนะนำ :
หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูง โดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน เรียกชื่อแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๕ วา ๓ ศอกคืบ สูง ๗ วา ๒ ศอกคืบ ๑๐ นิ้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชทานช่วยเจ้า พระยานิกรบดินทร์ เสด็จก่อพระฤกษ์เมื่อ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๘๐ อยู่ภายในพระวิหารขนาดใหญ่อยู่กลางวัด ตรงกลางระหว่างวิหารเล็กและพระอุโบสถ พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ (ป่าเลไลย์) ซึ่งรัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างพระราชทาน เป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงพุทธประวัติ และแสดงชีวิตชาวบ้านในสมัยรัชกาลที่ ๓ และยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ ๔ หน้าวิหารหลวงเป็นหอระฆังที่เพิ่งสร้างใหม่ เก็บระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 
 

วัดยานนาวา
Wat Yanawa

ติดต่อ : วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๒๐
โทรศัพท์ :
โทรสาร :
อีเมลล์
:
เว็บไซต์ : http://www.watyan.com/

แนะนำ :
สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลที่3 ทรงสร้าง พระสถูปเจดีย์มีฐานเป็นเรื่อสำเภาจีน ทรางพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม "วัดญานนาวาราม" ตามพระสำเภาพระเจดีย์ ที่ทรงสร้างถวายไว้ ซึ่งแปลว่า "ญาณอันเป็นพาหนะดุจดั่งสำเภา ข้ามโอฆะสงสาร"

 
 

วัดสร้อยทอง
Wat Soi Thong

ติดต่อ : สำนักเรียนวัดสร้อยทอง บางซื่อ กรุงเทพฯ 10800
โทรศัพท์ : .(02) 912-6621
โทรสาร :
อีเมลล์
: den301301@yahoo.com
เว็บไซต์ : http://www.watsoithong.com/

แนะนำ :
ชื่อเดิม "วัดซ่อนทอง" เป็นวัดเก่า สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ.2394 ไม่ทราบนาม และ ประวัติของผู้สร้าง วัดสร้อยทองมี พระพุทธรูปสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลือง นามว่า หลวงพ่อเหลือ สร้างจากโลหะที่เหลือจากการหล่อพระประธานใน พ.ศ. 2445 ภายในเกศของหลวงพ่อบรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ 5 พระองค์